ยินดีต้อนรับสู่ บัตรออลล์สมาร์ทเพย์ บัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ (“ออลล์สมาร์ทเพย์” หรือ “บัตร”)

บัตรออลล์สมาร์ทเพย์ เป็นบัตรเดียวที่จะทำให้ชีวิตสะดวกง่าย และเพลิดเพลินไปกับทุกการใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ของตราวีซ่า หรือร้านค้าที่บริษัทกำหนด

วิธีใช้บัตร
กรุณาตรวจสอบมูลค่าของสินค้า/บริการให้ถูกต้อง และมูลค่าเงินในบัตรให้เพียงพอ ก่อนชำระเงินทุกครั้ง

  • วิธีเติมมูลค่าเงินในบัตร ผู้ถือบัตรสามารถเติมมูลค่าเงินลงในบัตร ด้วยเงินสดได้ตั้งแต่ 50 บาท ต่อการเติมเงินแต่ละครั้ง แต่ต้องไม่เกินวงเงินสูงสุดของบัตรแต่ละประเภท ณ ร้าน 7-Eleven หรือจุดบริการอื่นที่บริษัทกำหนด
  • อายุการใช้งานของบัตร ตามวันหมดอายุที่ระบุบนหน้าบัตร
  • วิธีตรวจสอบยอดเงิน ผู้ถือบัตรสามารถทราบผลการตรวจสอบยอดเงินดังกล่าวได้ทันทีจากใบสลิปบันทึกรายการทุกครั้งที่มีการเติมเงินลงในบัตร ณ ร้าน 7-Eleven /จุดบริการอื่นที่บริษัทกำหนด หรือผ่านทางศูนย์บริการลูกค้า

วิธีการเก็บรักษาบัตร
ไม่ควรเจาะหรือทำบัตรหักงอ ชำรุด หรือถูกขีดข่วน ไม่ควรเก็บบัตรไว้ในที่ซึ่งมีอุณหภูมิร้อนจัด ความชื้นสูง หรือมีคลื่นแม่เหล็กสูง

ข้อกำหนดและเงื่อนไขของบัตรสมาร์ทเพิร์ส

  1. คำนิยาม คำที่ปรากฏในข้อตกลงและเงื่อนไขฉบับนี้ หากมิได้แสดงความหมายเป็นอย่างอื่นให้มีความหมาย ดังต่อไปนี้
    • บัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง บัตรที่ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ออกให้แก่ผู้บริโภค โดยผู้ถือบัตรมีการชำระเงินไว้ล่วงหน้า เพื่อใช้ชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือค่าอื่นใดแทนการชำระด้วยเงินสด และได้มีการบันทึกมูลค่าหรือจำนวนเงินที่ชำระไว้ล่วงหน้า
    • บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด หรือ บริษัท คือ บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์จากธนาคารแห่งประเทศไทย
    • บัตรออลล์สมาร์ทเพย์ หรือ บัตร หมายถึง บัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งออกโดยบริษัท หรือร่วมออกบัตรกับองค์กรต่างๆ ที่มีตราสัญลักษณ์วีซ่า เพื่อให้ความสะดวกแก่ผู้ถือบัตร ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือค่าอื่นใดแทนการชำระด้วยเงินสด ณ ร้านค้าที่ตกลงร่วมกันกับบริษัท โดยมีตราสัญลักษณ์วีซ่า
    • ชิพคอมพิวเตอร์ หมายถึง แผ่นวงจรซึ่งเป็นแผ่นซิลิคอนขนาดเล็กประกอบไปด้วยวงจร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
    • ระบบ หมายถึง  กระบวนการต่างๆ ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันและมีความสัมพันธ์กันระหว่างกระบวนการเหล่านั้น และเชื่อมต่อกันเพื่อทำงานใดงานหนึ่งให้บรรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้
    • ผู้ถือบัตร หมายถึง ผู้ใช้บริการบัตรออลล์สมาร์ทเพย์ โดยมีบัตรไว้ในครอบครองโดยสุจริต หรือมีคุณสมบัติอื่นใดตามที่บริษัทกำหนดและต้องมีการลงทะเบียนการใช้บัตรตามขั้นตอน และวิธีการของบริษัท ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรรับรองว่าข้อมูลใด ๆ ที่ให้ไว้แก่บริษัทเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริงทุกประการ ผู้ถือบัตรยอมรับว่าบริษัทมีสิทธิกำหนดหรือเพิ่มเติมหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงช่องทางการลงทะเบียนดังกล่าวได้ตามที่บริษัทเห็นสมควร
    • มูลค่าเงิน หมายถึง มูลค่าเงินที่ถูกบันทึกในบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์
    • จุดให้บริการ หมายถึง จุดให้บริการที่บริษัทกำหนดและที่มีตราสัญลักษณ์วีซ่าให้เป็นจุดรับชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการ และ/หรือเป็นจุดให้บริการเติมมูลค่าเงิน
  2. ความผูกพัน
    บัตรออลล์สมาร์ทเพย์นี้ ออกโดยบริษัทภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของบัตรออลล์สมาร์ทเพย์ ซึ่งถือเป็นข้อตกลงระหว่างบริษัทในฐานะเป็นผู้ออกบัตรและผู้ถือบัตรทุกคน ตารางแนบท้ายข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ด้วย
  3. การชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการ
    ผู้ถือบัตรต้องใช้บัตรเพื่อการชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการ ณ จุดให้บริการ มูลค่าเงินในบัตรจะลดลงโดยอัตโนมัติตามราคาสินค้าและ/หรือบริการที่ใช้จ่ายไปทุกครั้งที่ผู้ถือบัตรชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการผ่านบัตร ในกรณีที่ยอดเงินคงเหลือในบัตรมีจำนวนไม่เพียงพอกับค่าสินค้าและ/หรือค่าบริการ ผู้ถือบัตรตกลงและยอมรับว่าระบบจะปฏิเสธการทำรายการนั้นทันที
  4. การเติมมูลค่าเงิน
    • ผู้ถือบัตรสามารถเติมมูลค่าเงินในบัตร ด้วยเงินสดได้ ณ จุดให้บริการ โดยมีค่าธรรมเนียมการเติมเงินตามที่แจ้งไว้ ณ ร้าน 7-Eleven หรือ ณ จุดให้บริการอื่น
    • ผู้ถือบัตรสามารถเติมเงินได้ตั้งแต่ 50 บาท ต่อการเติมเงินแต่ละครั้ง แต่มูลค่าเงินที่เติมต้องไม่เกินวงเงินสูงสุดของบัตร ตามที่บริษัทกำหนด
    • ผู้ถือบัตรสามารถตรวจสอบความถูกต้องของการเติมมูลค่าเงิน โดยเทียบกับหลักฐานการเติมมูลค่าเงิน ซึ่งออกให้ ณ ร้าน 7-Eleven หรือ ณ จุดให้บริการอื่น
    ผู้ถือบัตรสามารถตรวจสอบความถูกต้องของการเติมมูลค่าเงิน โดยเทียบกับหลักฐานการเติมมูลค่าเงิน ซึ่งออกให้ ณ จุดให้บริการ
  5. วงเงินสูงสุดในบัตร
    จำนวนวงเงินสูงสุดในบัตรจะต้องไม่เกิน 49,999 บาท หรือหากเป็นกรณีบัตรคู่ค้าให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
  6. อายุการใช้งานของบัตร
    บัตรจะมีอายุการใช้งาน ตามวันหมดอายุที่ระบุบนหน้าบัตร (หรือตามระยะเวลาที่บริษัทกำหนดเป็นบางกรณี) บัตรหมดอายุไม่สามารถเติมเงินหรือใช้จ่ายได้
  7. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบัตร
    บริษัทจะคิดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบัตรดังนี้
    • 7.1 ราคาบัตรทุกประเภท มิใช่มูลค่าเงินที่กำหนดไว้ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ ดังนั้น ผู้ถือบัตรไม่สามารถขอคืนเป็นเงินสดได้
    • 7.2 ค่าธรรมเนียมการเติมมูลค่าเงินลงในบัตร การเติมมูลค่าเงินลงในบัตร ณ จุดให้บริการจะคิดค่าธรรมเนียมตามอัตราที่ได้มีการแจ้งไว้ ณ จุดให้บริการ
    • 7.3 ค่าธรรมเนียมในการคืนมูลค่าเงินคงเหลือ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ในบัตร บริษัทคิดค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดในตารางแนบท้ายข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้
    • 7.4 ค่าธรรมเนียมบัตรรายปี บริษัทคิดค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดในตารางแนบท้ายข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ ทั้งนี้ วิธีการชำระเงินให้เป็นไปตามวิธีการที่บริษัทกำหนด
    • 7.5 ค่าธรรมเนียมในการขอปฎิเสธรายการธุรกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตร กรณีผู้ถือบัตรขอปฎิเสธ รายการธุรกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตร ผู้ถือบัตรต้องแจ้งเป็นหนังสือมายังศูนย์บริการลูกค้า เพื่อขอให้บริษัทตรวจสอบรายการธุรกรรมผ่านบัตรโดย บริษัทคิดค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดในตารางแนบท้ายข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้
  8. กรณีบัตรชำรุด
    • 8.1 กรณีบัตรชำรุดภายใน 15 วัน นับจากวันที่มีการเปิดใช้บัตรผู้ถือบัตรจะต้องติดต่อบริษัท
      • 8.1.1 กรณีบัตรชำรุด ซึ่งบริษัทตรวจสอบตามมาตรฐานของบริษัทแล้วพบว่า ความชำรุดบกพร่องนั้นเกิดจากขั้นตอนการผลิต บริษัทจะดำเนินการดังนี้
      • ก. ออกบัตรใหม่ บริษัทจะออกบัตรใหม่ให้กับผู้ถือบัตร พร้อมถ่ายโอนข้อมูลของสิทธิประโยชน์ที่จัดเก็บอยู่ในบัตรที่ชำรุดเข้าบัตรใหม่ โดยบริษัทจะจัดส่งบัตรใหม่ให้แก่ผู้ถือบัตรตามที่อยู่ซึ่งผู้ถือบัตรได้แจ้งไว้กับบริษัท
      • ข. มูลค่าเงินคงเหลือในบัตร บริษัทจะทำการโอนมูลค่าเงินคงเหลือในบัตรตามจำนวนที่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลระบบของบริษัทไปยังบัตรใหม่ของผู้ถือบัตร
      • 8.1.2 กรณีบัตรชำรุดอันเนื่องมาจากเหตุภายนอกที่มิใช่ความผิดของบริษัท หรือเกิดจากผู้ถือบัตรกระทำด้วยตนเอง ไม่ว่าจะโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อก็ตาม บริษัทจะไม่รับผิดชอบในการเปลี่ยนบัตรใหม่ และจะดำเนินการดังนี้
      • ก. บริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบว่าบัตรชำรุดดังกล่าวไม่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท
      • ข. กรณีผู้ถือบัตรประสงค์จะซื้อบัตรใหม่ บริษัทจะทำการโอนมูลค่าเงินคงเหลือเท่ากับจำนวนเงินที่ปรากฏอยู่ในระบบของบริษัทและสิทธิประโยชน์ที่จัดเก็บอยู่ในบัตรไปยังบัตรใหม่ของผู้ถือบัตร
      • ค. กรณีผู้ถือบัตรไม่ประสงค์จะซื้อบัตรใหม่และประสงค์จะยกเลิกบัตร ให้ผู้ถือบัตรส่งเอกสารตามที่ระบุไว้ในข้อ 7 ของเอกสารแนบท้ายตารางข้อกำหนดและเงื่อนไขของบัตรมายังบริษัท โดยบริษัทจะทำการโอนมูลค่าเงินคงเหลือในบัตรเท่าจำนวนเงินที่ปรากฏอยู่ในระบบของบริษัทไปยังบัญชีธนาคารตามที่ผู้ถือบัตรได้แจ้งความประสงค์ไว้ แต่จะไม่รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่จัดเก็บอยู่ในบัตร โดยบริษัทจะทำการเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวตามอัตราที่กำหนดไว้ในตารางแนบท้ายข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้
      • ง. ในส่วนสิทธิประโยชน์ที่จัดเก็บอยู่ในบัตรที่ชำรุด หากผู้ถือบัตรซื้อบัตรใหม่ ผู้ถือบัตรสามารถติดต่อศูนย์บริการลูกค้าของบริษัท เพื่อขอให้บริษัทโอนสิทธิประโยชน์ใดๆ ที่ยังคงเหลืออยู่ในบัตรที่ชำรุดไปยังบัตรใหม่ได้
    • 8.2 กรณีบัตรชำรุดหลังจากครบกำหนดเวลา 15 วัน นับจากวันที่มีการเปิดใช้บัตร บริษัทจะไม่รับผิดชอบในการเปลี่ยนบัตรใหม่ให้ และจะดำเนินการดังนี้
      • 8.2.1 กรณีผู้ถือบัตรประสงค์จะซื้อบัตรใหม่ บริษัทจะทำการโอนมูลค่าเงินคงเหลือในบัตรที่ปรากฏอยู่ในระบบของบริษัทไปยังบัตรใหม่ของผู้ถือบัตร
      • 8.2.2 กรณีผู้ถือบัตรไม่ประสงค์จะซื้อบัตรใหม่ บริษัทจะทำการโอนมูลค่าเงินคงเหลือที่ปรากฏอยู่ในระบบของบริษัทไปยังบัญชีธนาคารตามที่ผู้ถือบัตรได้แจ้งความประสงค์ไว้ แต่จะไม่รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่จัดเก็บอยู่ในบัตร
      • 8.2.3 สิทธิประโยชน์ที่จัดเก็บอยู่ในบัตรที่ชำรุด หากผู้ถือบัตรซื้อบัตรใหม่ ผู้ถือบัตรสามารถติดต่อศูนย์บริการลูกค้าของบริษัทเพื่อขอโอนสิทธิประโยชน์ ที่ยังคงเหลืออยู่ ในบัตรที่ชำรุดไปยังบัตรใหม่ได้
    • 8.3 ข้อสงวนสิทธิ
      • 8.3.1 บริษัทไม่มีนโยบายในการโอนข้อมูลและสิทธิประโยชน์จากบัตรเก่าที่ชำรุดไปยังบัตรใหม่มากกว่า 1 ใบและการโอนข้อมูลจะกระทำได้ต่อเมื่อบัตรใหม่เป็นบัตรประเภทเดียวกัน กับบัตรใบเก่าที่ชำรุดเท่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทแต่เพียงฝ่ายเดียว
      • 8.3.2 กรณีที่มูลค่าเงินคงเหลือในบัตรเก่าที่ชำรุดมีมูลค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับค่าธรรมเนียมการดำเนินการโอนมูลค่าเงินคงเหลือในบัตร และผู้ถือบัตรไม่ประสงค์ให้บริษัทดำเนิน การโอนมูลค่าเงินคงเหลือ หากผู้ถือบัตรประสงค์จะรับเงินคืน ผู้ถือบัตรต้องมารับด้วยตนเอง ตามสถานที่ที่บริษัทกำหนด
      • 8.3.3 ผู้ถือบัตรสามารถใช้บัตรในการทำรายการต่างๆ ได้ตามที่บริษัทเปิดให้บริการ โดยมีวิธีการทำรายการเป็นไปตามระเบียบวิธีปฎิบัติที่บริษัทกำหนด และผู้ถือบัตรตกลงยอมรับว่าบริษัท เป็นเพียงผู้ให้บริการในการอำนวยความสะดวกในการซื้อสินค้า และ/หรือบริการ และ/หรือชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการและทำธุรกรรมตามคำสั่งของผู้ถือบัตร บริษัทมิได้รับประกันคุณภาพสินค้าและ/หรือบริการดังกล่าว หากมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้สินค้า และ/หรือบริการ หรือความชำรุดบกพร่องของสินค้า และ/หรือบริการ รวมทั้งการคืนสินค้า การยกเลิกการใช้บริการ หรือการปรับปรุงสินค้า หรือการใช้บริการ ผู้ถือบัตรตกลงดำเนินการติดต่อกับผู้ขายหรือผู้ให้บริการของสินค้า และ/หรือบริการนั้นๆ ด้วยตนเอง โดยหากต้องมีกรณีการคืนเงินค่าสินค้าหรือบริการแล้ว ผู้ถือบัตรตกลงดำเนินการเรียกร้องเงินคืนดังกล่าวจากผู้ขายหรือผู้ให้บริการโดยตรงเช่นกัน ทั้งนี้ บริษัทไม่มีหน้าที่ต้องคืนเงินค่าสินค้า และ/หรือค่าบริการให้กับผู้ถือบัตรแต่อย่างใด
      • 8.3.4 บัตรที่มีการระบุหน้าบัตร VALID ONLY IN THAILAND สามารถใช้ได้เฉพาะร้านค้าและเว็บไซต์ ภายในประเทศเท่านั้น
  9. ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน *
    ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงยอมรับค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้บัตร เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศโดยจะถูกเรียกเก็บเป็นสกุลเงินบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนที่บริษัทถูกเรียกเก็บจากเครือข่ายบัตรที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่ ณ วันที่มีการเรียกเก็บยอดค่าใช้จ่ายดังกล่าวกับบริษัท อย่างไรก็ตามหากค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้บัตรเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศอื่นที่มิใช่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะถูกแปลงเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐก่อนที่จะทำการแปลงเป็นสกุลเงินบาทเพื่อเรียกเก็บกับบริษัท

    ผู้ถือบัตรสามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อใช้ในการอ้างอิงเบื้องต้นได้จาก : กรณีบัตร VISA

    http://corporate.visa.com/pd/consumer_service/consumer_ex_rates.jsp

    ดังนั้นผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงยอมรับให้บริษัท คิดค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละ 5 (Fx Markup 5%) ของยอดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้บัตรเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการแปลงสกุลเงินข้างต้น

    *ยกเว้น บัตรที่มีการระบุหน้าบัตร VALID ONLY IN THAILAND
  10. การตรวจสอบรายการธุรกรรมผ่านบัตร
    กรณีที่ผู้ถือบัตรประสงค์จะให้บริษัทตรวจสอบรายการธุรกรรมผ่านบัตร บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบเฉพาะรายการธุรกรรมผ่านบัตรที่เกิดขึ้นย้อนหลังไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้ถือบัตร และผู้ถือบัตรสามารถตรวจสอบรายการได้ด้วยตนเองผ่านทางศูนย์บริการลูกค้า
  11. ข้อกำหนดในการขอคืนมูลค่าเงินคงเหลือในบัตรเป็นเงินสด
    กรณีบัตรหมดอายุ บัตรชำรุด บัตรสูญหาย และ/หรือ กรณีที่ผู้ถือบัตรประสงค์จะยกเลิกการใช้บัตร สามารถขอคืนมูลค่าเงินในบัตรได้ โปรดดูรายละเอียดตามตารางแนบท้ายข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้
  12. บัตรสูญหายหรือถูกขโมย
    บัตรเปรียบเสมือนเงินสดของผู้ถือบัตร กรณีบัตรสูญหายหรือถูกขโมยและผู้ถือบัตรมีการลงทะเบียนบัตรโดยการกรอกแบบคำขอใช้บริการ (Application Form) และปฎิบัติตามวิธีการที่บริษัทกำหนด ผู้ถือบัตรสามารถขอคืนมูลค่าเงินคงเหลือในบัตรได้ ทั้งนี้ผู้ถือบัตรตกลงเป็นผู้รับผิดชอบรายการการใช้จ่ายผ่านบัตรที่เกิดขึ้นก่อนการแจ้งอายัดบัตรสูญหาย รวมถึงรายการการใช้จ่ายผ่านบัตรที่เกิดขึ้นภายใน 5 นาที นับจากเวลาที่แจ้งการอายัดบัตรสูญหาย

    วิธีปฎิบัติ เมื่อบัตรหายหรือถูกขโมย โปรดแจ้งอายัดบัตรในทันที ที่ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-088-2555
  13. ทรัพย์สินทางปัญญา
    ผู้ถือบัตรรับทราบว่าทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งมีอยู่บนชิพคอมพิวเตอร์ในบัตร ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทอยู่ ห้ามมิให้ผู้ถือบัตรโอนหรืออนุญาต หรือลอกเลียนหรืออนุญาตให้บุคคลอื่นใดนำสิทธิดังกล่าวไปใช้ในทางอื่นใดนอกเหนือจากการใช้เพื่อประโยชน์ของการใช้บัตรเท่านั้น บริษัทยังคงมีสิทธิที่จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ถือบัตรตลอดจนผู้ที่กระทำการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท
  14. การเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพิ่มเติมข้อกำหนดและเงื่อนไข
    บริษัทสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพิ่มเติมข้อกำหนดและเงื่อนไขในข้อหนึ่งข้อใดหรือทั้งหมด โดยจะแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบเป็นลายลักษณ์อักษร หรือช่องทางหนึ่งช่องทางใดล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนการเปลี่ยนแปลง
    • 14.1 ผู้ถือบัตรตกลงยินยอมผูกพันและตกลงปฎิบัติตามคู่มือ ระเบียบ และวิธีปฎิบัติของบริษัท และเอกสารใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการบัตร ซึ่งบริษัทได้ส่งหรือประกาศ หรือแจ้งไปยังผู้ถือบัตร ที่บริษัทจะได้เพิ่มเติมต่อไป คู่มือหรือเอกสารใดๆ เกี่ยวกับการใช้บริการบัตรที่บริษัทจะส่ง หรือประกาศหรือแจ้งเพิ่มเติมต่อไปในภายหน้า ให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ด้วย รวมทั้งผู้ถือบัตรยินยอมปฎิบัติตามระเบียบและวิธีปฎิบัติของบริษัท และ/หรือข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ถือบัตรตกลงจัดทำเอกสารอื่นใดให้แก่บริษัท ตามที่บริษัทและ/หรือทางราชการร้องขอ
    • 14.2 ผู้ถือบัตรตกลงยอมรับว่าแบบคำขอใช้บริการ (Application Form) เป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ และ/หรือการทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ โดยการใช้บัตรซึ่งบริษัทได้จัดให้มีขึ้นไว้แล้วในขณะนี้และ/หรือที่จะมีขึ้นต่อไปในภายหน้าทุกประการกรณีที่แบบคำขอใช้บริการและข้อกำหนดและเงื่อนไขข้างต้น ขัดแย้งกันผู้ถือบัตรตกลงปฎิบัติตามคำวินิจฉัยของบริษัท และผู้ถือบัตรจะไม่โต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ผู้ถือบัตรตกลงจะไม่เรียกค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นจากบริษัท
  15. การสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตร การใช้บัตร และการแจ้งข้อร้องเรียน ผู้ถือบัตรสามารถดำเนินการได้ที่
    บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด
    191 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 27 ถนนสีลม
    แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
    ศูนย์บริการลูกค้า โทรศัพท์ 02-088-2555

ตารางข้อกำหนดและเงื่อนไขของบัตรสมาร์ทเพิร์ส

  • ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  ชำรุดโดย ระยะเวลา วิธี ดำเนินการ มูลค่าเงิน คงเหลือ ในบัตร สิทธิประโยชน์อื่นๆ ในบัตร ค่าธรรมเนียม ดำเนินการ ข้อมูล ผู้ถือบัตร ค่าบัตร
กรณีบัตรชำรุด ผู้ผลิต ภายใน 15 วัน จัดส่งบัตรใหม่ให้ผู้ถือบัตรทางไปรษณีย์ โอนเงินเข้าบัตรใหม่ให้ผู้ถือบัตร** โอนเข้าบัตรใหม่ให้ผู้ถือบัตร** ไม่มี โอนลงบัตรใหม่แล้วส่งให้ผู้ถือบัตรทางไปรษณีย์ ไม่มี
ผู้ถือบัตร ระหว่างอายุการใช้งาน ผู้ถือบัตรประสงค์จะซื้อบัตรใหม่ติดต่อลูกค้าสัมพันธ์ โอนเงินเข้าบัตรใหม่ให้ผู้ถือบัตร** โอนเข้าบัตรใหม่ให้ผู้ถือบัตร** ไม่มี ผู้ถือบัตรติดต่อศูนย์บริการลูกค้า ซื้อบัตรใหม่ตามราคา ณ จุดให้บริการ
- - ผู้ถือบัตรไม่ประสงค์จะซื้อบัตรใหม่ ส่งบัตรและเอกสารมายังบริษัท โอนยอดเงินหลังหักค่าธรรมเนียมต่างๆ คืนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ถือบัตร ขอสงวนสิทธิในการดำเนินการตามที่บริษัทเห็นสมควร 50 บาท / ครั้ง - -
กรณี ยกเลิกบัตร - ผู้ถือบัตรส่งเอกสารมายังบริษัท โอนยอดเงินหลังหักค่าธรรมเนียมต่างๆ คืนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ถือบัตร ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามที่บริษัทเห็นสมควร 50 บาท / ครั้ง    
กรณีบัตรถูกยกเลิกโดยบริษัท - ผู้ถือบัตรติดต่อศูนย์บริการลูกค้า - - - - -
กรณีบัตรหาย ผู้ถือบัตรประสงค์จะซื้อบัตรใหม่ ผู้ถือบัตรซื้อบัตรใหม่ ผู้ถือบัตรติดต่อศูนย์บริการลูกค้า โอนเงินเข้าบัตรใหม่ให้ผู้ถือบัตร** โอนเข้าบัตรใหม่ให้ผู้ถือบัตร**

ไม่มี

ผู้ถือบัตรติดต่อศูนย์บริการลูกค้า ซื้อบัตรใหม่ตามราคา ณ จุดให้บริการ
ผู้ถือบัตรไม่ประสงค์จะซื้อบัตรใหม่ ผู้ถือบัตรติดต่อศูนย์บริการลูกค้า และส่งเอกสารมายังบริษัท โอนยอดเงินหลังหักค่าธรรมเนียมต่างๆ คืนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ถือบัตร ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามที่บริษัทเห็นสมควร 50 บาท / ครั้ง - -
กรณีบัตรหมดอายุ ผู้ถือบัตรประสงค์จะซื้อบัตรใหม่ ผู้ถือบัตรซื้อบัตรใหม่ใน เดือน ปี ที่หมดอายุ ตามหน้าบัตรหรือ 90 วัน นับจากบัตรหมดอายุ โอนเงินเข้าบัตรใหม่ให้ผู้ถือบัตร** โอนเข้าบัตรใหม่ให้ผู้ถือบัตร ไม่มี ผู้ถือบัตรติดต่อศูนย์บริการลูกค้า ซื้อบัตรใหม่ตามราคา ณ จุดให้บริการ
ผู้ถือบัตรไม่ประสงค์จะซื้อบัตรใหม ผู้ถือบัตรติดต่อศูนย์บริการลูกค้า ส่งบัตรและเอกสารมายังบริษัท โอนยอดเงินหลังหักค่าธรรมเนียมต่างๆ คืนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ถือบัตร ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามที่บริษัทเห็นสมควร 1. ค่าดำเนินการ 50 บาท
2. ค่ารักษาสถานภาพ 50 บาท/เดือน (เริ่มเก็บเมื่อครบ 90 วัน นับจากวันที่บัตรหมดอายุ)
- -
รายปี : บัตรใหม่ ทางบริษัท เก็บค่าธรรมเนียมรายปี - ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามที่บริษัทเห็นสมควร

200 บาท / ปี

- -
กรณีผู้ถือบัตรขอปฎิเสธ
รายการธุรกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตร
ผู้ถือบัตรแจ้งเป็นหนังสือมายัง ศูนย์บริการลูกค้าเพื่อขอให้บริษัทตรวจสอบ รายการธุรกรรมผ่านบัตร - -

200 บาท / ครั้ง

- -

เอกสารแนบท้ายตารางข้อกำหนดและเงื่อนไขของบัตรออลล์สมาร์ทเพย์

  1. ในกรณีที่มูลค่าเงินคงเหลือในบัตรน้อยกว่าหรือเท่ากับค่าธรรมเนียมการดำเนินการ ผู้ถือบัตรต้องติดต่อบริษัทเพื่อขอรับมูลค่าเงินคงเหลือในบัตรคืนจากบริษัทเท่านั้น
  2. กรณีบัตรชำรุด กรณีบัตรหมดอายุ กรณีผู้ถือบัตรประสงค์จะยกเลิกการใช้บัตร หากผู้ถือบัตรต้องการมูลค่าเงินคงเหลือในบัตรคืนผู้ถือบัตรต้องส่งบัตรคืน เพื่อดำเนินการตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
  3. กรณีบัตรถูกยกเลิกโดยบริษัท ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ผู้ถือบัตรกรุณาติดต่อศูนย์บริการลูกค้า
  4. ในกรณีที่บริษัทคิดค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพของบัตร หากมูลค่าเงินคงเหลือมีจำนวนไม่เพียงพอให้หักเป็นค่าธรรมเนียมการรักษาสถานภาพบัตร ในกรณีดังกล่าวบริษัทจะทำการยกเลิกบัตรและลบข้อมูลทั้งหมดในบัตรออกจากระบบของบริษัท
  5. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิก แก้ไข ข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ที่บริษัทเห็นสมควร
  6. บัตรที่ซื้อแล้วไม่สามารถขอคืนเป็นเงินสดได้
  7. เอกสารที่ระบุไว้ตามตาราง หมายถึง สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องของผู้ถือบัตร
  8. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกบัตรทันที หากบริษัทตรวจสอบพบว่าข้อมูลและ/หรือการทำธุรกรรมผ่านบัตร ของผู้ถือบัตรขัดกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

** บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการโอนเงินให้แก่ผู้ถือบัตรด้วยวิธีการอื่นใดตามที่บริษัทเห็นควรเหมาะสม อาทิ โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของผู้ถือบัตร เป็นต้น